ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

"ไปอยู่ด้วยกันมั้ย" เหตุเกิดที่โรงพยาบาล


พี่ตี่ตี๋เล่าเรื่องของเพื่อน...เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นผมได้รับฟังมาอีกทอดหนึ่งจากเพื่อนของผมเองเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเมลนะครับ เรื่องราวก็มีอยู่ว่า เพื่อนของผมมีรุ่นพี่อยู่คนหนึ่ง ชื่อว่าพี่รุ่ง พี่รุ่งนั้นมีอาการของโรคประจำตัวอยู่ก็คือความดันสูง เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็มาเกิดขึ้น

ช่วงสงกรานต์เมื่อหลายปีที่ผ่านมา พี่รุ่งมีอาชีพเพาะพันธุ์ปลาสวยงามเพื่อค้าขาย และมีอยู่วันหนึ่งขณะที่พี่รุ่งกำลังวิดน้ำออกจากบ่อเพื่อจะเปลี่ยนน้ำใหม่ลงไปนั้นอยู่ดีๆสติของแกก็ดับวูบลงไปเฉยๆ พี่รุ่งมาเล่าให้ฟังตอนที่ฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลว่า ระหว่างที่วิดน้ำปลาอยู่นั้น จู่ๆก็เกิดอาการหน้ามืด มีอาการวิงเวียรศรีษะอย่างรุนแรง รู้สึกตัวแค่ว่ากำลังจะล้มลงสู่พื้นดิน แล้วภาพทุกอย่างที่มองเห็นก็ดับวูบมืดมิดลง
นี่คือคำบอกเล่าจากปากของพี่รุ่ง หลังจากที่ฟื้นและรู้สึกตัวขึ้นมาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านฝั่งธน
หลังจากคุณหมอได้ตรวจอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้วก็ลงความเห็นว่าด้านท้ายทอยของพี่รุ่งนั้นมีเส้นเลือดบางแห่งขาด ทำให้มีเลือดไหลอยู่ภายในสมอง คล้ายกับอาการเส้นเลือดในสมองแตก เพียงแต่ว่าเคสนี้นั้นเบากว่า วิธีการรักษาก็คือต้องนำคนป่วย เข้าผ่าตัด ซึ่งพี่รุ่งนั้นก็ถูกคุณหมอและพยาบาลนำตัวเข้าสู่ห้องไอซียูก่อนเป็นอันดับแรก

อย่างที่รู้กันโดยทั่วไปว่าลักษณะภายในห้องไอซียูนั้นจะมีเตียงของผู้ป่วยตั้งอยู่หลายๆเตียง โดยที่มีเพียงแค่ม่านกั้นเอาไว้เท่านั้น และผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ต้องมาใช้ห้องนี้ โดยทั่วไปมักมีอาการที่หนักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พี่รุ่งถูกนำตัวส่งเข้าห้องไอซียู โดยที่พี่รุ่งนั้นได้สติอยู่เป็นช่วงๆ ตอนที่นำตัวเข้าสู่ห้องไอซียูนั้นเป็นช่วงบ่ายๆเย็นๆ  ต้องรอผ่าตัดตอนรุ่งเช้า เนื่องจากพี่รุ่งนั้นมีอาการหนักพอสมควร ทำให้การรับรู้ของแกมีไม่ครบนัก ช่วงที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องไอซียูตอนนั้น พี่รุ่งไม่ได้สติ รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งก็มีหมอและพยาบาลเข้ามาดูอาการของพี่แกอยู่ หลังจากนั้นพี่รุ่งก็นอนหลับๆตื่นๆ แต่ก็พยายามสังเกตุ สิ่งรอบตัวทั้งหมด และแล้วพี่รุ่งก็สังเกตุได้ว่าด้านขวามือของเตียงพี่รุ่งนั้นมีเตียงผู้ป่วยอีก 1 คน มองลักษณะผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียง เป็นคุณยายแก่ๆท่านหนึ่งซึ่งกำลังมีเครื่องช่วยหายใจระโยงระยาง ดูแล้วอาการน่าจะหนักอยู่พอสมควร สักพักนึงพี่รุ่งก็หมดสติไป

จนกระทั่งกลางดึกรู้สึกตัวขึ้นอีกทีก็เป็นตอนที่มีนางพยาบาลกำลังเดินตรวจผู้ป่วยท่านอื่นๆอยู่ ระหว่างที่นางพยาบาลกำลังจะเดินผ่าน เตียงของพี่รุ่งไปนั้น พี่รุ่งก็สังเกตุได้ว่าคุณยายที่นอนอยู่เตียงข้างๆนั้นกำลังเอามือของแกเองปลดเครื่องช่วยหายใจออก และค่อยๆลุก ขึ้นจากเตียงคนไข้ คุณยายที่พี่รุ่งเห็นก่อนหน้านี้นั้นดูแล้วมีอาการเพียบหนักนอนหลับตาไม่ไหวติงอยู่นานสองนาน แต่ ณ เวลานี้คุณยายคนนั้นกำลังค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเตียง และก้าวขาลงจากเตียงเดินตามหลังพยาบาลที่พึ่งจะผ่านเตียงของพี่รุ่งไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งเวลานั้นพี่รุ่งก็รู้แล้วว่าตัวเองกำลังประสบอยู่กับเหตุการณ์แบบไหน หลังจากนั้นสติของแกก็ค่อยๆหมดไป

จนกระทั่งมารู้สึกตัวอีกทีพี่รุ่งกำลังถูกเข็นไปโดยบุรุษพยาบาลมุ่งหน้าสู่ห้องผ่าตัด แต่ว่าระหว่างนั้นพี่รุ่งสามารถสื่อสารบอกกับ พยาบาลได้ว่าต้องการขอใช้โทรศัพท์สักครู่ ซึ่งพี่รุ่งก็ได้ทำการติดต่อไปหาพระอาจารย์พี่นับถืออยู่เพื่อขอพรให้ตัวเองนั้นปลอดภัยจากการผ่าตัดครั้งนี้เนื่องจากว่าพี่รุ่งรู้สึกใจคอไม่ค่อยจะดีนัก หลังจากนั้นจึงได้ทำการซักถามกับพยาบาลว่าคุณยายข้างเตียงที่นอนอยู่ ด้วยกันเมื่อคืนนี้อาการเป็นยังไงบ้าง พยาบาลก็ตอบกับพี่รุ่งว่าคุณยายนั้นอาการหนัก เสียชีวิตลงแล้วเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

แต่ว่าพี่รุ่งไม่ต้องกลัว อาการไม่หนักเหมือนคุณยาย และพี่รุ่งก็ได้คำตอบแล้วว่าเมื่อคืนนี้พี่รุ่งได้พบได้เจออะไร หลังจากนั้นการผ่าตัดเส้นเลือดในสมองของพี่รุ่งก็ผ่านไป ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีจนกระทั่งพี่รุ่งนั้นได้รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง อยู่ในห้องพักฟื้นเพียงลำพัง โดยครั้งนี้มีเพื่อนๆและภรรยาผลัดเวียนกันมาเฝ้า เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นดูแล้วเหมือนกับว่าทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยดี เพียงแต่ว่าช่วยที่พี่รุ่งนอนพักฟื้นอยู่ในห้องส่วนตัวนั้น กลางดึกของคืนแรกที่พี่รุ่งออกจากห้องผ่าตัด ระหว่างที่พี่รุ่งกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงก็ต้องรู้สึกตัวตื่นเนื่องจากว่ามีแรงกระชากที่แขนข้างขวา ตอนแรกนึกว่าเป็นพยาบลมาดูอาการ เพียงแต่ว่าความรู้สึกที่ถูกจับแขนนั้น วัตถุที่มาทาบกับผิวมันเย็นเกินไป พอพี่รุ่งลืมตาขึ้นมองสิ่งที่อยู่ด้านขวามือของแกก็คือ ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดคนไข้เหมือนกัน เอามือข้างขวาของเธอจับแขนข้างขวาของพี่รุ่งไว้ พยายามดึงลงจากเตียง

ตอนนั้นพี่รุ่งรู้สึกตกใจมาก แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ความรู้สึกที่ขาข้างซ้ายก็ถูกจับเช่นเดียวกัน พอเหลือบตาไปมอง สิ่งที่อยู่ปลายเตียงก็คือ หญิงชราคนหนึ่งกำลังจับขาของแกอยู่และก็เขย่า คราวนี้พี่รุ่งเริ่มสังเกตุได้แล้วว่าในห้องตอนนี้ไม่ได้มีแค่แก อยู่เพียงลำพัง ยังมีผู้หญิงที่อยู่ด้านขวามือของเตียง และหญิงชราที่อยู่ปลายเตียง แต่ว่าพอสังเกตุดูดีๆแล้ว รอบเตียงของพี่รุ่ง มีคนยืนล้อมรอบอยู่มากมายเต็มไปหมด มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก และคนแก่ ทุกคนนั้นหน้าตาเฉยเมย ทุกคนสวมใส่อยู่ในชุดผู้ป่วย

ตอนนั้นพี่รุ่งตกใจกลัวสุดขีด ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นกำลังค่อยๆเคลื่อนเข้าหาเตียงของพี่รุ่ง และก็เริ่มจะมีเสียงดังขึ้นมาว่า "ไปอยู่ด้วยกันมั้ย ไปอยู่ด้วยกันมั้ย" เสียงเหล่านั้นเป็นเสียงของทุกคนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาพี่รุ่ง เป็นเสียงประสานที่ทำให้พี่รุ่งนั้นถึงกับสติดับวูบลง มารู้สึกตัวขึ้นอีกทีก็เช้าแล้ว ตื่นมาได้พบหน้าภรรยาและเพื่อนๆ ก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง แล้วก็ขอโทรศัพท์เพื่อโทรกลับไปหาพระอาจารย์ที่นับถือ พระท่านก็บอกกับพี่รุ่งว่าอย่าไปกลัว บางครั้งเมื่อคนเรากำลังจะเข้าสู่ที่ดับก็อาจจะสามารถสื่อสารกับอะไรบางอย่างเหล่านี้ได้ เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านี้...ขอบคุณ กลุ่มเรื่องผีๆ สาระดีๆ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บ้านเก็บศพ!!ย่านบางแวก จรัญ13...เรื่องจริง!!เมื่อหนุ่มวินเข้าไปส่งของแล้วดันเจอดี

ว่ากันด้วยเรื่องสยองขวัญ... ที่หลายคนอยากรู้ ณ ตอนนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่อง "เรือนหอคนตาย" ที่เป็นตอนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง "ตีสาม" ซึ่งเป็นเรื่องราวของคู่รักที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และทางครอบครัวทำใจไม่ได้เลยอยากเก็บศพเอาไว้... สำหรับพล็อตเรื่องนี้ ใครหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินมากนักต่อนักแล้ว บ้างก็ว่าบ้านหลังดังกล่าว ตั้งอยู่ที่เมืองเอก บ้างก็ว่าตั้งอยู่ที่พุทธมณฑล สาย 2 บ้างก็ว่าอยู่แถวสุวินทวงศ์ บ้างก็ว่าอยู่ที่แถวหนองจอก เอาเป็นว่า คงจะมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นหลายแห่งเลยทีเดียว แล้วแต่ละที่ก็คงสยองไม่แพ้กัน ส่วนวันนี้ก็ขอนำประสบการณ์จริง จากคุณมาร์ค ที่ได้เล่าเรื่องราวสุดสยองผ่านรายการเดอะช็อค เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา... ให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกัน...โดยคุณมาร์ค ได้เปิดเผยถึงประสบการณ์ตรง ๆ ที่เจอแบบจะๆ ให้ฟังว่า... ตอนนั้นตนเพิ่งเข้ามากรุงเทพฯ ใหม่ ๆ มารับจ้างขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แถวพุทธมณฑล ซึ่งตนก็รับป้าแม่บ้านคนหนึ่งมาส่งยังบ้านหลังหรูอีกซอยหนึ่งเป็นประจำ รับส่งได้สักพักตนก็เลยบอกกับคุณป้าคนนั้นว่า สนใจเป็นลูกค้าประจำไหม จะได้มารับมาส่งให้ตลอด ซึ่งคุณ...

อย่างหลอน! เปิดตำนานลับ Gate 62 สนามบินดอนเมือง หลังเคยเกิดเหตุการณ์นี้??

หลายๆ ท่านคงจะจำกันได้กับเหตุการณ์เครื่องบิน โบอิ้ง 737-400 คุณนราธิวาส HS-TDC เกิดเพลิงลุกไหม้ ระหว่างที่เครื่องจอดคา Gate กันตรงนั้นเลย ก่อนที่จะ Boarding ผู้โดยสารไปเชียงใหม่ซึ่งไฟล์ทนั้น ก็มีบุคคล VIP อย่างอดีตนายก ที่ทุกท่านรู้จักกันดีนั่นเองซึ่งเหตุการณ์นั้น ทำให้มีพี่สจ๊วต (ที่อยู่ระหว่างการเตรียมเครื่องก่อน Boarding หนีออกมาไม่ทัน) เสียชีวิต 1 ท่านและหลังจากเหตุการณ์นั้น ก็มีผู้พบเจอพี่สจ๊วตอยู่แถว Gate แม้แต่ตอนที่ดอนเมืองปิดปี 49 และกลับมาเปิดอีกครั้งช่วงปี 50 พี่เค้าก็ยังอยู่ จนกระทั่ง 1 สิงหาคม 2554 ย้ายทุกสายการบินมา Terminal 1 (ก่อนน้ำท่วมได้ราว 3 เดือน) ตรงส่วนอาคาร Domestic ก็ปิดไป ไม่ได้ใช้งานอีกแต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรอย่างไรนะครับ เพราะผมไม่เคยเจอเอง แต่เคยได้ยินกราวน์ที่ทำงานไฟล์ทดึกๆ กับ ไฟล์ทเช้ามืด พูดให้ฟัง ไม่ค่อยมีใครกลับไปรับ-ส่งเครื่อง คนเดียวถ้าเป็นเกตนี้ ก็ต้องไปกันหลายๆ คน เรื่องเล่าประมาณนั้นครับ เหตุการณ์ที่เครื่องบินการบินไทยชนภูเขาหิมาลัยที่เนปาล 31 กรกฎาคม 2535 กับเที่ยวบิน กรุงเทพ – กาฎมัณฑุ TG311 เครื่องบินแอร์บัส A310 รหัส HS-TID สมัยการบินไทยต...

เรื่องหลอนบนเกาะเสม็ด!! PANTIP

สุดสัปดาห์ไปเที่ยวเกาะเสม็ดมา ได้ฟังเรื่องผี บนเกาะเสม็ดมาบ้างพอสมควร เลยอยากเอามาแบ่งให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้บ้าง  ออกตัวไว้ก่อนเลยไม่ได้เอามาเล่าเพื่อดิสเครดิต หรือ ทำลายการท่องเที่ยว บนเกาะเสม็ด ฟังเอาไว้เพลิน ๆ สนุก ๆ เท่านั้น   เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่ได้ยินมาจริงไม่จริง แต่เรื่องแบบนี้มันมีอยู่ทุกที่ฟังเล่นๆ สนุกๆก็พอ บอกแล้วนะ... เรื่องแรกที่ได้ยิน คือเรื่องอ่าวลูกโยน พี่ที่เป็นเจ้าหน้าที่บนเรือตกหมึก บอกว่าอ่าวลูกโยน เมื่อก่อนเป็นสุสาน มีศพฝังบริเวณนี้เยอะแยะ แต่ตอนนี้พื้นที่แถวนั้น เลิกใช้เป็นสุสานแล้ว  นอกจากนี้ยังมีตำนานเกี่ยวกับพระฤาษี ในเรื่องพระอภัยมณี พี่คนเดิมบอกว่า พระฤาษี จริง ๆ และคือ ปู่ดำ ที่อยู่ตรงหน้าด่านแถว ๆ ทางไปหาดทรายแก้ว และยังมีเจ้าแม่ทับทิม อีก 2 แห่ง บนเกาะเสม็ด และช่วงสงกรานต์ จะมีงานประเพณี ให้กับปู่ดำ ด้วย ขึ้นเกาะควรแวะกราบ-ไหว้ เพื่อสิริมงคล  ถ้าใครที่เดินทางไปเสม็ดบ่อย ๆ จะต้องจำได้ว่าทางไปหาดวงเดือน  บนทางที่จะต้องนั่งรถ หรือขับมอเตอร์ไซด์ จะมีจุดนึงที่มีศาลพระภูมิเยอะ ๆ แถว ๆ นั้นจะมีป่า และต้นไม้เยอะ ๆ ก่อน...